Double Click on image to Enlarge.

อินชอน, เกาหลีใต้--6 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- ให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกับลูค้า ตั้งแต่ขั้นตอนพรีคลินิกไปจนถึงการผลิตเต็มรูปแบบ ในสภาพแวดล้อมแบบ non-GMP

- เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของเมอร์ค

- นำเสนอสภาพแวดล้อมการผลิตแบบจำลอง พร้อมการสนับสนุนด้านการผลิตแบบครบวงจร

เมอร์ค (Merck) ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศเปิดศูนย์ความร่วมมือลูกค้า M Lab(TM) Collaboration Center ในเขตซงโด เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่เติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ศูนย์ดังกล่าวจะมอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แก่บรรดาผู้ผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของเมอร์คอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่ยากที่สุดของผู้ผลิต รวมทั้งเร่งให้เกิดการพัฒนาและผลิตยารักษาโรคใหม่ๆ

วิดีโอ - http://origin-qps.onstreammedia.com/origin/multivu_archive/PRNA/ENR/Merck-Oct5.mp4
รูปภาพ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20161005/415619
รูปภาพ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20161005/415620

อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์คและซีอีโอของ ธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าวว่า "การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ในเกาหลีใต้ ประกอบกับความต้องการยารักษาโรคใหม่ๆในราคาเอื้อมถึงของทั่วโลก คือต้นกำเนิดของศูนย์ความร่วมมือลูกค้า M Lab(TM) Collaboration Center และสำหรับศูนย์แห่งใหม่ในอินชอนนั้น ลูกค้าของเราจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในเชิงลึกของเรา ในการพัฒนากระบวนการเพื่อให้สามารถผลิตยาได้เร็วขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต"

ศูนย์แห่งใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ศูนย์เดิมที่มีขนาดเล็กกว่าในกรุงโซล และจะตอบสนองความต้องการของตลาดชีวเภสัชภัณฑ์ที่กำลังเติบโตได้ดียิ่งขึ้น ศูนย์ล้ำยุคแห่งนี้จะมีสภาพแวดล้อมการผลิตแบบจำลอง และมีการสนับสนุนด้านการผลิตแบบครบวงจร นอกจากนั้นยังมีการแนะแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ตลอดจนแนะนำวิธีใหม่ๆในการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปทั่วโลก

ศูนย์แห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 1,865 ตารางเมตร อีกทั้งยังมีนักวิทยาสตร์และวิศวกรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีมากกว่า 10 คน จึงพร้อมให้บริการแก่ผู้ผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ในเกาหลีใต้ ตั้งแต่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่าง Samsung Biologics ไปจนถึงบริษัทเกิดใหม่ที่มุ่งพัฒนายารักษาโรคที่พบได้ยากหรือโรคมะเร็งต่างๆ

ทีเอช คิม ซีอีโอของ Samsung Biologics กล่าวว่า "M Lab(TM) Collaboration Center แห่งใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนทางเทคนิคและให้การฝึกอบรมแก่พนักงานของบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ในเกาหลีใต้ การที่เมอร์คตัดสินใจลงทุนในเขตซงโด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยกำลังการผลิตของโรงงาน 520 KL ภายในปี 2561 ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญในการพัฒนา Songdo Bio Cluster ซึ่งจะช่วยเร่งให้เมืองอินชอนและอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ของเกาหลีใต้เติบโตต่อไปในอนาคต"

M Lab(TM) Collaboration Center ในเมืองอินชอน เป็นหนึ่งในศูนย์ความร่วมมือลูกค้าที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่งทั่วโลก โดยศูนย์แต่ละแห่งได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ในการแสวงหาวิธีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ปรับปรุงกระบวนการผลิต และลดความเสี่ยง ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเข้าถึงทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเข้าถึงเครื่องมือจำลอง วิธีการต่างๆ การวิเคราะห์ และการสร้างโมเดล ขณะเดียวกันยังมีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับกระบวนการทางชีวภาพ ซึ่งครอบคลุมการฝึกอบรมแบบชั้นเรียนปกติ รวมถึงการฝึกอบรมเชิงโต้ตอบและลงมือปฏิบัติ

สำหรับบุคคลผู้ทรงเกียรติซึ่งเข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์แห่งใหม่ประกอบด้วย สเตฟาน เอาเออร์ (เอกอัครราชทูตเยอรมนี) ศจ.ดร.เกอร์ฮาร์ด ซาบาธิล (เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำเกาหลีใต้) พัค ซึง แทค (ผู้อำนวยการทั่วไปของสำนักงานนโยบายการลงทุน สังกัดกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานเกาหลีใต้) ดร.ยู จอง บค (นายกเทศมนตรีเมืองอินชอน) อี ยอง กึน (ผู้ตรวจการรัฐบาลของเมืองอินชอน) ดร.แฟรงค์ สแตนเกนเบิร์ก-ฮาเวอร์แคมป์ (ประธานคณะกรรมการบริหารและสมาชิกคณะกรรมการครอบครัวของ E. Merck KG) และดร.อูดิท บาทรา (สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์คและซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์)

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCD ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

Comment

Comment:

Tweet