ฮันโนเวอร์, เยอรมนี--30 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คุณแมทเทียส วิสส์แมนน์ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี (VDA) จัดงานแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของมหกรรม IAA Commercial Vehicles ครั้งที่ 66 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2559 เวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ พื้นที่จัดแสดงในเมืองฮันโนเวอร์ โดยมีใจความดังนี้

มหกรรมแสดงสินค้าระดับโลกครั้งนี้มีความเป็นสากลมากขึ้น และมีจำนวนผู้เข้าชมงานมากขึ้น แม้ระยะเวลาการจัดงานจะสั้นกว่าครั้งก่อน พร้อมกันนั้นยังมีการเปิดตัวยานยนต์และเทคโนโลยีถึง 332 รายการเป็นครั้งแรกของโลก ส่วนเมกะเทรนด์แห่งอนาคตประกอบด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบโลจิสติกส์ในเขตเมือง

สโลแกน "ขับเคลื่อนด้วยความคิด" (Driven by Ideas) ได้ถูกทำให้กลายเป็นรูปธรรมในมหกรรมยานยนต์ การขนส่ง และโลจิสติกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกงานนี้ ด้วยพลวัตและวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ภาพแห่งอนาคตจึงกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก ซึ่งพิสูจน์ได้จากการเปิดตัวยานยนต์และเทคโนโลยีทั้ง 332 รายการเป็นครั้งแรกของโลก และอีกกว่า 100 รายการเป็นครั้งแรกของยุโรป มหกรรม IAA ในปีนี้จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้าทั่วไป และมีความเป็นสากลมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

สำหรับ 3 เทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนงาน IAA ในปีนี้ประกอบด้วย ยานยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และระบบโลจิสติกส์ในเขตเมือง

ยานยนต์ไฟฟ้า: ผู้ผลิตรถบัสและรถตู้สำหรับใช้ในเมืองแทบทุกเจ้าต่างมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ซึ่งบางส่วนได้เริ่มใช้จริงบนท้องถนนแล้ว ขณะที่บางส่วนจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ ชี้ให้เห็นว่าการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษในเขตเมืองมีความเป็นไปได้มากขึ้น และเสียงของเครื่องยนต์ก็จะเงียบราวกับเสียงกระซิบ โดยนวัตกรรมดังกล่าวจะมีการปรับใช้กับรถบรรทุกหนักในเขตเมืองต่อไป ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในเขตเมืองให้ดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล: คือการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่แข็งแกร่งและครอบคลุมมากที่สุด โดยการเชื่อมต่อระบบดิจิทัลและระบบอัตโนมัติของยานยนต์เชิงพาณิชย์จะได้รับการพัฒนาให้เป็นมากกว่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

หนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ขบวนรถบรรทุกที่เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบดิจิทัลบนฟรีเวย์หรือถนนทางไกล ซึ่งสามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการขับขี่สูงขึ้น เนื่องจากจะไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบในทันที นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับรถบรรทุกทางไกลสามารถจองที่จอดรถล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ได้

ระบบโลจิสติกส์ในเขตเมือง: การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลช่วยส่งเสริมให้การคมนาคมในเขตเมืองมีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยกล้องและเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งรอบคันรถจะช่วยป้องกันอันตรายที่เกิดจาก "จุดบอด" ทำให้สามารถส่งสินค้าได้ครบตรงตามความต้องการและตรงเวลา สิ่งต่างๆเหล่านี้อาจเป็นเพียงรูปธรรมในเขตเมือง แต่ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในพื้นที่ห่างไกลหรือในเขตเทือกเขาหลายแห่ง โดยมีการใช้โดรนส่งของไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ซึ่งเราได้จัดแสดงนวัตกรรมนี้ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมกันที่ฮอลล์ 19

สามเมกะเทรนด์ข้างต้นจะมีอิทธิพลต่อระบบขนส่งในเขตเมืองอย่างมาก โดยผู้ที่ต้องใช้ยานยนต์และระบบโลจิสติกส์ในเขตเมืองจะได้รับประโยชน์จากการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของ "New Mobility World logistics" นั้น ได้มีการจัดการประชุม การสาธิตกลางแจ้ง การนำชมงาน รวมถึงการทดลองขับยานยนต์ไฟฟ้าภายในบริเวณงาน เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสกับนวัตกรรมของจริง และดำดิ่งไปสู่โลกแห่งยานยนต์และการขนส่งผ่านประสบการณ์โดยตรง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของงานนี้ โดยเราพยายามทำให้เป็นกิจกรรมมากกว่าเป็นแค่การนำสินค้ามาตั้งโชว์เพียงอย่างเดียว

มหกรรม IAA เป็นงานเดียวที่คุณจะได้เห็นห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งทำให้งานนี้แตกต่างจากงานแสดงยานยนต์อื่นๆ นอกจากนั้นยังเป็นตัวแทนของซัพพลายเออร์ได้ดีเยี่ยม โดยมีซัพพลายเออร์คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ออกร้านทั้งหมด 2,013 ราย และซัพพลายเออร์เหล่านี้เองที่เป็นกำลังหลักในการเปิดตัวนวัตกรรมระดับโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 72% (239 รายการ) จากการเปิดตัวทั้งหมด 332 รายการ โดยส่วนใหญ่มาจากวงการยานยนต์ไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล อีกทั้งซัพพลายเออร์เหล่านี้ยังครองสัดส่วนการเปิดตัวฝั่งยุโรปใกล้เคียงกันอีกด้วย (71%)

ในงานนี้ ผู้ผลิตรถบรรทุกและตัวถังรถมีความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย โดยผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงการสร้างมูลค่าที่นับวันจะมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ระบบส่งกำลังทางเลือกไปจนถึงบริการใหม่ๆ ในขณะที่เส้นกั้นระหว่างซัพพลายเออร์และผู้ผลิตก็กำลังจางลง ด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ

รถบัสได้ถูกนำเสนออย่างเด่นชัดเป็นพิเศษในงานนี้ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ 4 ใน 5 ของรถบัสที่เข้าชิงรางวัล "Bus of the Year" เป็นรถพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากเทรนด์ในปัจจุบันกำลังมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ถึงแม้ว่ารถบัสจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุดอยู่แล้วก็ตาม

มหกรรม IAA ในปีนี้ยังมีความเป็นสากลมากกว่าที่เคย โดยสัดส่วนของผู้ออกบูธจากต่างประเทศอยู่ที่ 61% (เพิ่มขึ้นจาก 59% ในปี 2557) และมีประเทศที่เข้าร่วม 52 ประเทศ (เพิ่มขึ้นจาก 45 ประเทศในปี 2557) สำหรับประเทศที่มีผู้จัดแสดงเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (229 ราย) อิตาลี (145 ราย) เนเธอร์แลนด์ (121 ราย) ตุรกี (92 ราย) และฝรั่งเศส (85 ราย) โดยผู้จัดแสดงมากกว่า 1 ใน 3 มาจากทวีปยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) และ 1 ใน 5 มาจากทวีปเอเชีย

เรารู้สึกยินดีกับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้เข้าชมงาน ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเปรียบเทียบจำนวนผู้เข้าชมงานในปี 2559 กับปี 2557 ได้โดยตรง เนื่องจากในปี 2559 เราจัดงานเพียง 9 วัน แต่ในปี 2557 เราจัดงาน 10 วัน แต่ที่เห็นได้ชัดคือ เราจัดงานแถลงข่าวมากกว่าเดิมหลายรอบ ขณะที่จำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้เข้าชมมหาศาลกว่า 245,000 คนในปีนี้ ซึ่งนับว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ และแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ระยะเวลาการจัดงานจะสั้นกว่า แต่ก็มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่าปี 2557

ผู้จัดแสดงในงานยังได้แสดงความพอใจกับคุณภาพของผู้เข้าชมงานและการสนทนาอย่างเข้มข้นกับลูกค้า มหกรรมนี้จึงเป็นงานสำหรับมืออาชีพอย่างแท้จริง โดยสัดส่วนของผู้เข้าชมงานที่เป็นผู้ประกอบการพุ่งแตะ 86% ในปีนี้ (เพิ่มขึ้นจาก 84% ในปี 2557) ซึ่ง 8 ใน 10 ของผู้ประกอบการเหล่านี้มีอำนาจในการตัดสินใจ และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 9 ใน 10 ในหมู่ผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ผลสำรวจของเราพบว่า เหล่าผู้บริหารทั้งในและต่างประเทศในอุตสาหกรรมนี้ ต่างรู้ดีว่ามหกรรม IAA เป็นงานที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานที่เป็นผู้ประกอบการก็มีความเป็นสากลมากขึ้นในปีนี้ โดย 1 ใน 3 มาจากต่างประเทศ (เพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2557) และมีจำนวนสูงสูดถึง 43% ในวันที่พีคที่สุด โดยผู้ประกอบการจากต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากจีน ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์และโปแลนด์

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงาน IAA ต่างมีความต้องการที่จะลงทุนมากขึ้นหลังเดินชมรอบงาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว กล่าวคือ 60% ของผู้เข้าชมงานที่มีอำนาจตัดสินใจซื้อ มีแผนลงทุนในด้านยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า (เพิ่มขึ้นจาก 56% ในปี 2557) และผู้ชมงานมากกว่า 50% เข้าร่วมงานเพื่อวางแผนการลงทุน ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวสูงขึ้นในหมู่ผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ (68%) นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานบางส่วนมีความกระตือรือร้นสูงที่จะตัดสินใจภายในงาน ขณะที่ผู้จัดแสดงบางรายจะสั่นกระดิ่งเมื่อมีการบรรลุข้อตกลง ซึ่งทุกๆชั่วโมงจะมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นหลายครั้ง

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า IAA เป็นมหกรรมสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจลงทุน และเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยถือเป็นสุดยอดเวทีสำหรับการติดต่อกับลูกค้า ขณะที่ผู้เข้าชมงานก็จะได้พบกับบรรดาผู้จัดงานระดับมืออาชีพภายในงาน

นอกจากนี้ IAA ยังถือเป็นเวทีการประชุมขนาดใหญ่ซึ่งประกอบด้วยการประชุมเฉพาะทาง 27 งาน โดยมีผู้เข้าร่วมถึง 4,400 ราย อาทิ งาน CarIT และการประชุม 2 งานด้านสินค้าอันตรายและความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า รวมถึงการประชุมในส่วนของ "New Mobility World logistics" เช่น งาน Dronemaster Logistics และ "Lab 16 – Startups meet Industry" ซึ่งงานหลังเปิดโอกาสให้บรรดาบริษัทสตาร์ทอัพและอุตสาหกรรมได้มาพบปะกันเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ นอกจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรม Hackathon 24 ชั่วโมง โดยนักเรียนนักศึกษาต้องทำงานภายใต้แรงกดดันเพื่อคิดค้นโซลูชั่นไอทีให้แก่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในเยอรมนี

นอกจากการประชุมหลายรายการและวิทยากรระดับสูงแล้ว การเลือกหัวข้อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ เห็นได้จากการมีผู้เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ การนำชมงานสำหรับแขกวีไอพี อาทิ กึนเทอร์ ออตติงเกอร์ กรรมาธิการยุโรปฝ่ายสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล และอเล็กซานเดอร์ โดบรินดท์ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงบรรดาสมาชิกรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างท่วมท้นโดยเฉพาะในด้านยานยนต์ไฟฟ้าและการเชื่อมต่อระบบดิจิทัล

นอกจากนั้นยังมีการทดลองขับยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ทั่วไปหลายรุ่น รวมถึงการจัดกิจกรรมโปรโมทยานยนต์รุ่นใหม่ ไปจนถึงการแสดงโชว์พิเศษมากมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนมหกรรมระดับแนวหน้าครั้งนี้

สรุปแล้ว มหกรรม IAA ครั้งนี้ เป็นงานระดับนานาชาติครั้งใหญ่ที่มีกิจกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย และเป็นเวทีสำหรับการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้เข้าชมงานไม่ต้องเดินทางไปหลายๆที่ เพราะเรารวบรวมผู้จัดแสดงมากมายมาไว้ในที่เดียว

ผู้สื่อข่าวมากกว่า 2,100 คน จาก 58 ประเทศ ได้เดินทางมาทำข่าวในมหกรรม IAA หรือเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2557 (1,944 คน) งานนี้จึงเป็นมหกรรมยานยนต์ การขนส่ง และโลจิสติกส์ชั้นนำระดับนานาชาติที่ได้รับการตอบรับจากสื่อทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยผู้จัดแสดงสินค้าหลายรายเผยว่า มีสื่อมาทำข่าวที่บูธมากกว่าเมื่อปี 2557 ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน ไม่ได้นับแค่วันเปิดตัวรอบสื่อมวลชนเพียงวันเดียว ซึ่งวันดังกล่าวมีงานแถลงข่าวมากกว่า 100 งาน

ในวันนี้ งาน IAA ของเราได้รับการประเมินในแง่ดีอย่างมาก เราขอขอบคุณทีมงานจาก Deutsche Messe AG ที่ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทำงานอย่างมืออาชีพ ใส่ใจในบริการ และร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนีอย่างใกล้ชิดและราบรื่น เมื่อพิจารณาจากภารกิจที่หนักและยาวนาน เราจึงรู้สึกซาบซึ้งในความทุ่มเทของพวกเขาเป็นอย่างมาก และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกลับมาจัดงานที่นี่อีกครั้ง

หลังจากนี้อีกหนึ่งปี เตรียมพบกันในมหกรรม IAA Cars ครั้งที่ 67 ที่แฟรงก์เฟิร์ต (ระหว่างวันที่ 14-24 กันยายน 2560) และในปี 2561 เราจะกลับมาพบกันอีกครั้งในมหกรรม IAA Commercial Vehicles ครั้งที่ 67 (ระหว่างวันที่ 27 กันยายน-4 ตุลาคม 2561)

http://www.iaa.de

ทวิตเตอร์ @VDA_online

ติดต่อ:
Eckehart Rotter
German Association of the Automotive Industry (VDA)
Press Department
โทร. +49-30-897842-120
อีเมล: rotter@vda.de

ที่มา: German Association of the Automotive Industry (VDA)

Comment

Comment:

Tweet