ลอนดอน--6 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.TopUniversities.com/rankings2016

#QSWUR

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากทั่วโลกฉบับที่ 13 ของ QS World University Rankings เผยการลงทุนในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อันดับของมหาวิทยาลัยปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ (เกาหลีใต้ รัสเซีย สหรัฐ และ จีน) รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่มีอันดับร่วงลงด้วยเช่นกัน (ส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยจากยุโรปตะวันตกและยุโรปใต้ แอฟริกาใต้ และละตินอเมริกา)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130909/638188 )

- มหาวิทยาลัย MIT ครองอันดับสูงสุดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 5
- มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดครองอันดับ 2 ในปีนี้ ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่อันดับ 3
- สถาบันการศึกษาจากสหรัฐคว้าตำแหน่งท็อป 3 ไปครองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2547/48
- อันดับของมหาวิทยาลัยจากยุโรปตะวันตกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี โดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ปรับตัวลงมาอยู่ที่อันดับ 4 ในปีนี้
- อันดับของมหาวิทยาลัยจากรัสเซียและเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสถิติตลอด 13 ปีที่ผ่านมา (ไต่ขึ้นติดท็อป 16 จากทั้งหมด 500 มหาวิทยาลัย)
- มหาวิทยาลัยชิงหวาไต่ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 24 ในปีนี้ ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดจากสถิติทั้งหมดที่ผ่านมา นับเป็นความก้าวหน้าทางการศึกษาของจีนอย่างแท้จริง
- มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (อันดับที่ 12) ครองตำแหน่งที่สูงที่สุดของมหาวิทยาลัยในเอเชีย
- ออสเตรเลียและแคนาดาส่งรายชื่อมหาวิทยาลัยประเทศละ 9 แห่งขึ้นมาอยู่ในอันดับท็อป 200 ปรับตัวขึ้นจากปีที่ผ่านมาประเทศละ 1 แห่ง
- สำหรับภูมิภาคละตินอเมริกา แม้จะทำผลงานได้ไม่โดดเด่นนัก แต่ก็สามารถส่งมหาวิทยาลัย Universidad de Buenos Aires (อันดับที่ 85) ขึ้นแท่นท็อป 100 ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2549 ถือเป็นมหาวิทยาลัยจากละตินอเมริกาที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดเป็นลำดับที่ 2 หลังจากที่ Latin American university เคยทำสถิติไว้ก่อนหน้านี้
- Universidade de Sao Paulo ทำสถิติสูงสุดในปีนี้ ด้วยการไต่ขึ้นอันดับที่ 120 ได้สำเร็จ

2559 2558 มหาวิทยาลัย 20 อันดับแรก ประเทศ

1 1 MIT สหรัฐอเมริกา

2 3= STANFORD สหรัฐอเมริกา

3 2 HARVARD สหรัฐอเมริกา

4 3= CAMBRIDGE สหราชอาณาจักร

5 5 CALTECH สหรัฐอเมริกา

6 6 OXFORD สหราชอาณาจักร

7 7 UCL สหราชอาณาจักร

8 9 ETH ZURICH สวิตเซอร์แลนด์

9 8 IMPERIAL COLLEGE สหราชอาณาจักร

10 10 CHICAGO สหรัฐอเมริกา

11 11 PRINCETON สหรัฐอเมริกา

12 12 NATIONAL UNIVERSITY OF SINGAPORE สิงคโปร์

13 13 NANYANG TECHNOLOGICAL UNIVERSITY สิงคโปร์

14 14 EPFL สวิตเซอร์แลนด์

15 15 YALE สหรัฐอเมริกา

16 17 CORNELL สหรัฐอเมริกา

17 16 JOHNS HOPKINS สหรัฐอเมริกา

18 18 UPENN สหรัฐอเมริกา

19 21 EDINBURGH สหราชอาณาจักร

20 22 COLUMBIA สหรัฐอเมริกา

(C) QS Quacquarelli Symonds www.TopUniversities.com

QS จัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกโดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิชาการ 74,651 ราย และนายจ้าง 37,781 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาการสำรวจในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับการวิเคราะห์เอกสารงานวิจัย 10.3 ล้านฉบับ และเอกสารอ้างอิงกว่า 66.3 ล้านฉบับ จากการจัดทำดัชนีจาก ฐานข้อมูล Scopus ของ Elsevier

เบน โซวเทอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ QS กล่าวว่า "สถาบันการศึกษาจากประเทศที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนสูงไม่ว่าจะมาจากการบริจาคหรือมาจากการสนับสนุนของภาคเอกชน ล้วนแล้วแต่มีอันดับสูงขึ้นทั้งสิ้น ขณะที่มหาวิทยาลัยจากทางยุโรปตะวันตกเสียตำแหน่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกให้กับคู่แข่งที่มาจากสหรัฐและเอเชีย "

การจัดอันดับครั้งนี้ครอบคลุมมหาวิทยาลัย 916 แห่ง จากทั้งหมด 81 ประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัยจาก 33 ประเทศที่ติด 200 อันดับแรก สำหรับประเทศที่ติดอันดับมากที่สุดประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 48 แห่ง ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร 30 แห่ง เนเธอร์แลนด์ 12 แห่ง เยอรมนี 11 แห่ง แคนาดาและออสเตรเลียประเทศละ 9 แห่ง ญี่ปุ่น 8 แห่ง จีน 7 แห่ง ฝรั่งเศส 5 แห่ง สวีเดน 5 แห่ง และฮ่องกง 5 แห่ง

ที่มา: QS Quacquarelli Symonds

Tags: qs 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet