The Tower at Dubai Creek Harbour / The Tower at Dubai Creek Harbour (PRNewsFoto/Emaar)

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์--11 เม.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Emaar Properties เผยโฉมตึกระฟ้าแห่งใหม่ใน Dubai Creek Harbour ที่เป็นเลิศทั้งในด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม พร้อมเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ประดับขอบฟ้าอันงดงามของมหานครดูไบ

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160410/353416 )
(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160410/353417 )

ท่านชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเจ้าผู้ครองนครดูไบ ได้เลือกผลงานการออกแบบของซานติอาโก คาลาทราวา วอลส์ สถาปนิกแนวนีโอ-ฟิวเจอริสติก ลูกครึ่งสเปน-สวิส ผู้มีชื่อเสียงในระดับโลก

ตึกระฟ้าดังกล่าวเป็นจุดศูนย์กลางของ Dubai Creek Harbour ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมาสเตอร์แพลนที่กินพื้นที่กว่า 6 ตารางกิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบเพียง 10 นาที อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Ras Al Khor ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ของยูเนสโก

โมฮาเหม็ด อาลับบาร์ ประธานบริษัท Emaar Properties กล่าวว่า "ตึกระฟ้าแห่งนี้แสดงถึงพลังด้านบวกและความคิดในแง่บวกที่ดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ภาคภูมิใจ ผู้คนทั่วโลกจะต้องอยากมาเยี่ยมชม ดื่มด่ำ และสนุกสนานกับชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ดูไบกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรม Expo 2020 และตึกระฟ้าแห่งนี้จะเป็นอนุสรณ์สำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว"

ฟาเดล อัล อาลี ซีอีโอของ Dubai Holding กล่าวว่า "เรารู้สึกภาคภูมิใจที่การร่วมทุนกับ Emaar จะก่อให้เกิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของดูไบ การเผยโฉมดีไซน์ของตึกระฟ้าแห่งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญ และตึกระฟ้าแห่งนี้จะมอบไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ณ ใจกลางย่านที่พักอาศัยและท่องเที่ยวของดูไบที่ใครๆก็ปรารถนา"

ซานติอาโก คาลาทราวา วอลส์ กล่าวว่า "ผมและทีมงานทุกคนทุ่มสุดตัวให้กับโครงการนี้ การได้นำเสนอผลงานถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และการทำงานร่วมกับ Emaar Properties ก็ทำให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก ผลงานการออกแบบของเราได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะคลาสสิกในอดีต ผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของที่นี่ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ด้วย"

การออกแบบตึกระฟ้าแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกลิลลี่ และสะท้อนภาพของยอดสุเหร่าอันเป็นลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมอิสลาม โดยมีตัวตึกทรงผอมเพรียวเป็นแกนของโครงสร้าง ซึ่งถูกยึดเข้ากับพื้นดินด้วยสายเคเบิลมากมาย

ตึกระฟ้าแห่งนี้จะมอบสุดยอดประสบการณ์การชมวิวแบบ 360 องศา โดยจุดที่ชมวิวได้ดีที่สุดเรียกว่า Pinnacle Room นอกจากนั้นยังมีสวน VIP Obeservation Garden Decks ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "สวนลอยบาบิโลน" รวมถึงระเบียงหมุนได้ที่ยื่นออกไปนอกตัวตึก ขณะเดียวกันยังมีโรงแรมสไตล์บูติกคอยให้บริการผู้มาเยือนด้วย

ติดต่อ:

เคลลี่ โฮม
ASDA'A Burson-Marsteller
อีเมล: kelly.home@bm.com

ที่มา: Emaar

Comment

Comment:

Tweet